Tuesday, July 10, 2018

John Challis & his works

จอห์น ช่างภาพรูปหล่อเอา2-3ภาพที่เราถ่ายมาประกอบกับโปสการ์ดนี้ เพื่อสื่อกระบวนการทำงานของแก้ววรรณาหม้อห้อมธรรมชาติ และพ่อหนุ่มก็อุตส่าห์แยกให้เป็นไฟล์สำหรับโซเชี่ยลสำหรับพิมพ์ สมกับเป็นมืออาชีพ แต่อยากเห็นภาพอื่นๆ ด้วยนี่สิ ทำไงดี เห็นรัวชัตเตอร์ ได้ภาพเป็นพันๆ


Saturday, June 30, 2018

สิ่งที่เรียนรู้

สิ่งที่เรียนรู้เป็นอย่างมากในช่วงนี้ คือ การตั้งคำถาม ในทุกสิ่งที่จะทำ  เพราะจอห์นจะถามเสมอว่า ทำไม จุดประสงค์จริงๆ คืออะไร

ข้าพเจ้าเห็นโอกาสที่จะให้จอห์นและโย เป็นนายแบบให้กับเสื้อของแก้ววรรณา   และด้วยคำถามดังกล่าวนั้น จึงสรุปได้ว่า  เราจะเสนอมุมของเสื้อผ้าเช็ทนี้  ว่า เหมาะกับยุคสมัย  ทั้งๆ ที่วิธีได้มาแบบโบราณ  เพื่อสื่อสารถึงกระบวนการผลิต  และนำเสนอผ่านสื่อโซเชี่ยลมีเดีย  สิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือ หรือโปสการ์ด  (ถ้ามีงบประมาณ)  รูปภาพ/โปสเตอร์ (ใส่กรอบที่มีอยู่แล้ว)

ใช้บรรยากาศของแก้ววรรณาในมุมต่างๆ ประกอบกับรถบีเอ็มคันเก่าที่ยังสวยของรวี


Sunday, June 24, 2018

เราสืบทอดมาแล้ว ใครจะรับต่อก็แล้วแต่ธรรมะจัดสรร

                             
คุยกับพยอมเช้านี้  นางบอกว่า  เราสืบทอดมาแล้ว ใครจะรับต่อก็แล้วแต่ธรรมะจัดสรร  ย้อมหม้อห้อม ย้อมมะเกลือฝ้ายเกลียวให้ได้สีดำ   ถือว่าทำหน้าที่สืบต่อภูมิปัญญาแล้ว  วัยก็ขนาดนี้แล้ว เรื่องหม้อห้อมเรื่องมะเกลือจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่คนรุ่นใหม่       
                             
ข้าพเจ้าจึงนึกเรื่องต่ออีกนิดว่า   การที่มีใครบางคนเป็นห่วงว่ามีฝรั่งมาศึกษาเรื่องของแก้ววรรณา แล้วจะเอาไปทำการค้า   คงต้องใช้คำพูดของพยอมเป็นคำตอบ

Friday, June 22, 2018

Fiona & John

Fiona is an Australian, John is an American, both of them met Pio in Bali. He told them Kaewwanna's story, then we made an appointment, since many months ago. They come and do many experiments to know production process and find the way to work together in the future.



Hand woven white fabric, dyed in shade of indigo, surely , Kaewwanna natural indigo.

Thursday, May 24, 2018

เบื้องหลังแนวคิด


นางแบบ 2017

วันวานนัดน้องแคมป์ ขอภาพที่แค้มป์ถ่ายประกอบการเรียน
แคมป์มากับครูนิตยาตอนอยู่ ม ปลาย ตอนนี้จบ ป ตรี ม พะเยา และจะไปทำงานแถบบางนา เกี่ยวกับกราฟิคคอมพ์ ประมาณนี้ นายแบบนางแบบที่แคมป์นำมาถ่าย เป็นคนแพร่ คู่หนึ่งมีดีกรีประกวด บางคนเป็นสถาปนิก บางคนเป็นนักฟุตบอล / ขอบคุณแคมป์มากที่มีภาพสวยๆ มาให้ / ขอบคุณน้องๆ มาก ที่ทำให้เสื้อผ้างามเด่นยิ่งขึ้น

Sunday, March 04, 2018

สวนห้อม 100ปี ในป่านาแซง เมื่อปี 2018





              วันที่ 28 กุมภาพันธุ์ 2561  ได้ไปเยือนสวนห้อมนาแซงอีกครั้ง  ไปพร้อมกับบี นักธุรกิจคนแพร่ ที่ร่วมขับเคลื่อนเรื่องเมืองเก่าแพร่ และสนใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์คราฟท์ให้เป็นแบรนด์ของแพร่
               สวนห้อมที่เห็นวันนี้ ต่างจากที่ได้เยือนมาครั้งก่อนๆ ตั้งแต่ปี 2549  ห้อมงามกว่าวันนั้นๆ  เพราะแม่บุญตาได้เก็บเกี่ยว ปักปลูก ดูแลอนามัย รดน้ำ มาตั้งแต่ได้ส่งน้ำห้อมให้ข้าพเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าได้ความรู้ใหม่ จากการที่บีสัมภาษณ์บุญปัน  ว่า สวนห้อมนี้ ทำรายได้ให้แม่สามารถส่งลูกๆ 4 คนได้เรียนหนังสือ ตั้งแต่คราวนั้น จนจบทุกคน   มารอบนี้ มีเจ้าของสวนห้อมอื่นๆ มาด้วยอีก 2 ราย ในหลายรายที่เก็บใบห้อมส่งให้แม่บุญตาทำน้ำห้อม  ข้าพเจ้าดีใจที่แก้ววรรณามีส่วนให้เกิดรายได้กับชุมชนห่างไกลในแขวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว
               โลกทั้งผอง พี่น้องกัน  ช่วยกันได้ก็ทำไปเถิด 

Friday, September 22, 2017

เราเรียนรู้ร่วมกันเรื่องหม้อห้อม



เราเรียนรู้ร่วมกันเรื่องหม้อห้อม
เจอหัวเรื่องแบบนี้ หลายคนอาจถามว่า "ทำไมล่ะ?"  เพราะคำว่าหม้อห้อมเป็นเครื่องหมายของเมืองแพร่ไปแล้ว   อย่างเดียวกับเรื่องไม้สัก  เวลาที่คนไทยพูดถึงไม้สักก็คิดถึงเมืองแพร่   หรือ  เวลามาเมืองแพร่แล้วจะไปไหน   ร้อยละ 90 จะบอกว่า พระธาตุช่อแฮ  ....
"ทำไมล่ะ?"  หม้อห้อมมัดย้อมฮิตมากในช่วงปีสองปีมานี้   ผมก็ดีใจไปด้วย เพราะเสื้อยืดหม้อห้อมมัดย้อมกลายเป็นเสื้อทีมของคนแพร่ไปแล้ว  ทีมครอบครัว ทีมที่ทำงาน ใส่เสื้อเหมือนๆ กันเวลาไปเที่ยวด้วยกัน  เก็บความสุขความทรงจำด้วยกัน   บางงานแต่ง  ก็ใช้ธีมหม้อห้อม   หรือ แม้แต่ไปสัมมนา อบรม  ก็ใส่เสื้อมัดย้อมเป็นทีม  ก็ถือว่าเป็นสัตตยาบันการร่วมปณิธานเดียวกันภายใต้สัญญลักษณ์หม้อห้อม  หม้อห้อมนี่นี้เป็นพยาน   น่อ
ทำไมเรารู้สึกทันสมัยเมื่อได้ใส่หม้อห้อมมัดย้อม  ผมว่า  ก็เพราะเราไม่ได้รับรู้มาก่อนว่าเรามัดย้อมหม้อห้อมก็ได้  ลายง่ายๆ ก็ดูดีได้  ยิ่งเรียนรู้วิธีการมัดที่ซับซ้อนก็ยิ่งตื่นเต้นเวลาที่เห็นผลงานออกมาหลังจากย้อม  เป็นความประทับใจในศิลปะที่แต่ละคนได้สร้างสรรค์จินตนาการลงไป
ผมสนใจหม้อห้อมมากตอนที่ต้องนำสินค้าท้องถิ่นไปขายในงานมหาวิทยาลัย  เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว  ความที่เราอยู่ในเมืองหม้อห้อม ก็เข้าใจว่า สินค้านี้น่าจะขายดี  เพราะแปลก  แต่ผลที่ได้คือ ขายได้ไม่กี่ตัว  ต้องเอาขึ้นรถทัวร์กลับมาคืนผู้ผลิตซึ่งเป็นพี่สาวของเพื่อน  ที่บ้านพระหลวง  หมู่บ้านหนึ่งในจังหวัดแพร่ที่มีชื่อเสียงด้านหม้อห้อม  ตอนนั้นผมจึงเรียนรู้ว่า การตลาดเรื่องหม้อห้อมนอกจังหวัดแพร่นั้น เป็นอีกอย่าง  ไม่ใช่ใครๆ ก็ใช้หม้อห้อมแบบคนแพร่   แต่ก็นั่นแหละครับ  ตอนนั้นหม้อห้อมก็จะแบบไม่กี่อย่าง  ส่วนมากเป็นแบบเสื้อกุยเฮง  คอกลมแบะหน้าติดกระดุม หรือ ผูกเชือก นี่ก็เดิ้นแล้ว
ได้สัมผัสเรื่องหม้อห้อมอย่างจริงจัง ตอนที่จะหากินกับมันนี่แหละ  ตั้งความหวังสูงว่าจะทำการตลาดด้วยความฮิตนี่แหละ  แต่ก็ต้องรู้จักทำใจตั้งแต่ตั้งต้น  เพราะทุกอย่างต้องเรียนรู้ใหม่หมด  และแต่ละอย่างก็มีความ "แท้" ที่แตกต่าง สร้างความท้าทายมากขึ้นๆ เรื่อยๆ ให้กับตัวเอง 
ผมโดนการเปลี่ยนสีของเส้นด้ายตอนลงหม้อย้อมสะกดซะอยู่หมัด  มันน่าทึ่งจริงๆ ที่เห็นด้ายขาวเป็นเหลือง เขียว เป็นสีฟ้า และเป็นสีน้ำเงินถ้ายิ่งย้อมมากขึ้น    ผมปรับเปลี่ยนจากแนวคิด "ย้อมที่หมู่บ้าน" มาตั้งโรงย้อมที่ร้าน  เพราะเรียนรู้ว่าสังคมบ้านเราเปลี่ยนไป  เราทันสมัยกันขึ้น  ไม่ได้คุ้นชินกับการย้อมธรรมชาติแล้ว  ผมนำครามจากอีสานมาฝึกตั้งหม้อย้อม โดยมีมือดีที่มีความพากเพียรมาเป็นขุนพลหลัก   เจ้าขุนพลหลักนี่แหละ ที่เรียนรู้เรื่องหม้อห้อมแล้วมาถ่ายทอดให้ผมอีกที  ก็จำได้บ้างไม่ได้บ้าง   แต่เธอ ขุนพลคนนั้น เรียนรู้ด้วยตัวเอง จนทำได้  และใช้หม้อห้อมสอนเรื่องการใช้ชีวิตกับปัจจุบัน
ประมาณเกือบ 20 ปี ที่ทำหม้อห้อมจนหม้อห้อมกลายมาเป็นวาระของจังหวัดแพร่  อีกครั้งหนึ่ง   เราตั้งความหวังไว้ว่าให้เมืองแพร่เป็น "ฮับหม้อห้อม"  ฮับ หรือ Hub ที่หมายถึงศูนย์กลางของหม้อห้อม  ซึ่งถึงตอนนี้ เราก็เป็นจริงๆ  ใครอยากได้ก็มาที่นี่ ทั้งในประเทศ หรือ ต่างชาติต่างภาษา  แต่นอกจากคนผลิตเสื้อหม้อห้อมแล้ว จะมีสักกี่เปอร์เซ็นต์ที่รู้ว่า ผ้าหม้อห้อมที่แพร่นี่  โรงงานเขาผลิตให้ขายเฉพาะที่แพร่  ถ้าซื้อที่อื่นก็เนื้ออื่น สีอื่นย้อม  จนช่วงปี สองปีนี้ ได้ข่าวว่า คนอีสานมาซื้อเคมีหม้อห้อมที่แพร่ (  เคมีหม้อห้อม หมายถึงสารสังเคราะห์ที่ใช้ในการย้อมหม้อห้อม) และ ตอนนี้ก็มีสีสังเคราะห์อีกชนิดหนึ่ง ที่เรามาย้อมกันง่ายๆ แพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ  ซึ่งผมคงต้องหาความรู้ต่อว่า มันเป็นอะไร  ใช่ อินดิโก (Indigo) หรือ หม้อห้อมมั้ย? มีสูตรเคมีโครงสร้างทางเคมีเหมือนกันไหม?
ต่อให้คนจังหวัดอื่นทำหม้อห้อมมากขึ้น  ผมก็ไม่กลัวว่าคนทำหม้อห้อมเมืองแพร่จะลำบาก  เพราะยิ่งทำมากจังหวัดก็ยิ่งมีลูกค้ามาก  และ สินค้าก็จะพัฒนาทั้งรูปแบบ และวิธีการผลิตมากขึ้น  
ตอนนี้  สิ่งหนึ่งที่ผมอยากเห็นในเมืองแพร่คือ  คนย้อมหม้อห้อมทั่วไปเรียนรู้ที่จะนำเนื้อห้อมธรรมชาติ  มาผสมใช้กับหม้อห้อมสังเคราะห์ที่ใช้กันส่วนมาก  เพื่อให้เมืองแพร่มีป่ามากขึ้น (เพราะหม้อห้อมต้องอาศัยป่า จึงปลูกได้)  ให้คนปลูกมีแรงจูงใจพากันปลูกมากขึ้น  ถ้ามีความต้องการใช้มากขึ้น   และเพื่อลดอันตรายจากเคมีหม้อห้อม ทั้งต่อสุขภาพตนเอง รวมถึงลดสิ่งแปลกปลอมที่จะไปสู่สภาพแวดล้อม
เนื้อห้อมธรรมชาติที่ผลิตในปีนี้  ได้เพียงหลัก 1,000 กิโลกรัม นับว่าเป็นส่วนน้อย เมื่อเทียบกับจำนวนหม้อห้อมสังเคราะห์ที่เข้ามาใช้ในเมืองแพร่   เรามาเรียนรู้ด้วยกัน  ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรที่คนแพร่จะร่วมใจกันแค่ไหน  ....  คนแพร่ช่วยคนปลูกห้อมแค่ไหน...
วันนี้ผมได้ทำงานร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการหนึ่ง ที่เรียกตัวเองว่า แพร่คราฟท์   เป็นการรวมตัวอย่างหลวมๆ ของผู้ประกอบการหัตถกรรม เพื่อพัฒนาตัวเองและพัฒนาสินค้าให้เป็นของจังหวัดแพร่ โดยใช้กิจกรรมเป็นเครื่องแลกเปลี่ยนเรียนรู้  วันนี้เราถ่ายภาพสินค้าเพื่อนำไปจัดแสดงในงานนิทรรศการเชียงใหม่ดีไซน์วีค ที่จะจัดในเดือนธันวาคม 2560 ถัดจากที่เราจัดงาน "แพร่คราฟท์" วันที่ 2-3 ธันวาคม 2560 ไปอีก 2-3 วัน
ผมเห็นงานที่แปลกไปจากหม้อห้อมเดิมๆ ที่เราคุ้นเคย  ที่มัดย้อมก็พยายามพัฒนางานตัวเองให้แตกต่าง  ที่ทอ  ที่ปัก  ก็แปลกทั้งรูปแบบ  แปลกทั้งวัสดุ  และแปลกใจที่ได้ทราบว่า มีคนแปลกๆ มากมายที่นิยมชมชอบงานของพวกเขา 
ลูกค้าของกลุ่มนี้แตกต่างกันแต่ละรายจะสนใจงานตามประเด็นที่ตนมีความสนใจเป็นพื้นฐาน  พัฒนาขึ้นมาจากการดูแค่รูปลักษณ์  มาเป็นความแตกต่าง   ความเป็นสินค้าชุมชน  ความเป็นสินค้าที่ผ่านการออกแบบร่วมสมัย  ความเป็นสินค้าที่สื่อแนวคิดทางสังคมต่าง ๆ  ซึ่งการเลือกใช้สินค้าของคนเหล่านี้  บ่งบอกตัวตน บ่งบอกรสนิยม ว่าพวกเขาพิถีพิถันในการเลือกใช้เลือกอยู่ เลือกกิน

การได้รับรู้เรื่องลูกค้าที่แตกต่าง  สร้างความอยากรู้ให้ผมมากขึ้น  แต่ที่อยากรู้มากกว่าก็คือ ผมอยากรู้ว่าคนหนุ่มๆ พวกนี้ ในแพร่คราฟท์นี่  เขาจะคราฟท์เมืองแพร่ไปทางไหน  อย่างไร.... มาเรียนรู้ร่วมกันครับ...