Friday, September 22, 2017

เราเรียนรู้ร่วมกันเรื่องหม้อห้อม



เราเรียนรู้ร่วมกันเรื่องหม้อห้อม
เจอหัวเรื่องแบบนี้ หลายคนอาจถามว่า "ทำไมล่ะ?"  เพราะคำว่าหม้อห้อมเป็นเครื่องหมายของเมืองแพร่ไปแล้ว   อย่างเดียวกับเรื่องไม้สัก  เวลาที่คนไทยพูดถึงไม้สักก็คิดถึงเมืองแพร่   หรือ  เวลามาเมืองแพร่แล้วจะไปไหน   ร้อยละ 90 จะบอกว่า พระธาตุช่อแฮ  ....
"ทำไมล่ะ?"  หม้อห้อมมัดย้อมฮิตมากในช่วงปีสองปีมานี้   ผมก็ดีใจไปด้วย เพราะเสื้อยืดหม้อห้อมมัดย้อมกลายเป็นเสื้อทีมของคนแพร่ไปแล้ว  ทีมครอบครัว ทีมที่ทำงาน ใส่เสื้อเหมือนๆ กันเวลาไปเที่ยวด้วยกัน  เก็บความสุขความทรงจำด้วยกัน   บางงานแต่ง  ก็ใช้ธีมหม้อห้อม   หรือ แม้แต่ไปสัมมนา อบรม  ก็ใส่เสื้อมัดย้อมเป็นทีม  ก็ถือว่าเป็นสัตตยาบันการร่วมปณิธานเดียวกันภายใต้สัญญลักษณ์หม้อห้อม  หม้อห้อมนี่นี้เป็นพยาน   น่อ
ทำไมเรารู้สึกทันสมัยเมื่อได้ใส่หม้อห้อมมัดย้อม  ผมว่า  ก็เพราะเราไม่ได้รับรู้มาก่อนว่าเรามัดย้อมหม้อห้อมก็ได้  ลายง่ายๆ ก็ดูดีได้  ยิ่งเรียนรู้วิธีการมัดที่ซับซ้อนก็ยิ่งตื่นเต้นเวลาที่เห็นผลงานออกมาหลังจากย้อม  เป็นความประทับใจในศิลปะที่แต่ละคนได้สร้างสรรค์จินตนาการลงไป
ผมสนใจหม้อห้อมมากตอนที่ต้องนำสินค้าท้องถิ่นไปขายในงานมหาวิทยาลัย  เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว  ความที่เราอยู่ในเมืองหม้อห้อม ก็เข้าใจว่า สินค้านี้น่าจะขายดี  เพราะแปลก  แต่ผลที่ได้คือ ขายได้ไม่กี่ตัว  ต้องเอาขึ้นรถทัวร์กลับมาคืนผู้ผลิตซึ่งเป็นพี่สาวของเพื่อน  ที่บ้านพระหลวง  หมู่บ้านหนึ่งในจังหวัดแพร่ที่มีชื่อเสียงด้านหม้อห้อม  ตอนนั้นผมจึงเรียนรู้ว่า การตลาดเรื่องหม้อห้อมนอกจังหวัดแพร่นั้น เป็นอีกอย่าง  ไม่ใช่ใครๆ ก็ใช้หม้อห้อมแบบคนแพร่   แต่ก็นั่นแหละครับ  ตอนนั้นหม้อห้อมก็จะแบบไม่กี่อย่าง  ส่วนมากเป็นแบบเสื้อกุยเฮง  คอกลมแบะหน้าติดกระดุม หรือ ผูกเชือก นี่ก็เดิ้นแล้ว
ได้สัมผัสเรื่องหม้อห้อมอย่างจริงจัง ตอนที่จะหากินกับมันนี่แหละ  ตั้งความหวังสูงว่าจะทำการตลาดด้วยความฮิตนี่แหละ  แต่ก็ต้องรู้จักทำใจตั้งแต่ตั้งต้น  เพราะทุกอย่างต้องเรียนรู้ใหม่หมด  และแต่ละอย่างก็มีความ "แท้" ที่แตกต่าง สร้างความท้าทายมากขึ้นๆ เรื่อยๆ ให้กับตัวเอง 
ผมโดนการเปลี่ยนสีของเส้นด้ายตอนลงหม้อย้อมสะกดซะอยู่หมัด  มันน่าทึ่งจริงๆ ที่เห็นด้ายขาวเป็นเหลือง เขียว เป็นสีฟ้า และเป็นสีน้ำเงินถ้ายิ่งย้อมมากขึ้น    ผมปรับเปลี่ยนจากแนวคิด "ย้อมที่หมู่บ้าน" มาตั้งโรงย้อมที่ร้าน  เพราะเรียนรู้ว่าสังคมบ้านเราเปลี่ยนไป  เราทันสมัยกันขึ้น  ไม่ได้คุ้นชินกับการย้อมธรรมชาติแล้ว  ผมนำครามจากอีสานมาฝึกตั้งหม้อย้อม โดยมีมือดีที่มีความพากเพียรมาเป็นขุนพลหลัก   เจ้าขุนพลหลักนี่แหละ ที่เรียนรู้เรื่องหม้อห้อมแล้วมาถ่ายทอดให้ผมอีกที  ก็จำได้บ้างไม่ได้บ้าง   แต่เธอ ขุนพลคนนั้น เรียนรู้ด้วยตัวเอง จนทำได้  และใช้หม้อห้อมสอนเรื่องการใช้ชีวิตกับปัจจุบัน
ประมาณเกือบ 20 ปี ที่ทำหม้อห้อมจนหม้อห้อมกลายมาเป็นวาระของจังหวัดแพร่  อีกครั้งหนึ่ง   เราตั้งความหวังไว้ว่าให้เมืองแพร่เป็น "ฮับหม้อห้อม"  ฮับ หรือ Hub ที่หมายถึงศูนย์กลางของหม้อห้อม  ซึ่งถึงตอนนี้ เราก็เป็นจริงๆ  ใครอยากได้ก็มาที่นี่ ทั้งในประเทศ หรือ ต่างชาติต่างภาษา  แต่นอกจากคนผลิตเสื้อหม้อห้อมแล้ว จะมีสักกี่เปอร์เซ็นต์ที่รู้ว่า ผ้าหม้อห้อมที่แพร่นี่  โรงงานเขาผลิตให้ขายเฉพาะที่แพร่  ถ้าซื้อที่อื่นก็เนื้ออื่น สีอื่นย้อม  จนช่วงปี สองปีนี้ ได้ข่าวว่า คนอีสานมาซื้อเคมีหม้อห้อมที่แพร่ (  เคมีหม้อห้อม หมายถึงสารสังเคราะห์ที่ใช้ในการย้อมหม้อห้อม) และ ตอนนี้ก็มีสีสังเคราะห์อีกชนิดหนึ่ง ที่เรามาย้อมกันง่ายๆ แพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ  ซึ่งผมคงต้องหาความรู้ต่อว่า มันเป็นอะไร  ใช่ อินดิโก (Indigo) หรือ หม้อห้อมมั้ย? มีสูตรเคมีโครงสร้างทางเคมีเหมือนกันไหม?
ต่อให้คนจังหวัดอื่นทำหม้อห้อมมากขึ้น  ผมก็ไม่กลัวว่าคนทำหม้อห้อมเมืองแพร่จะลำบาก  เพราะยิ่งทำมากจังหวัดก็ยิ่งมีลูกค้ามาก  และ สินค้าก็จะพัฒนาทั้งรูปแบบ และวิธีการผลิตมากขึ้น  
ตอนนี้  สิ่งหนึ่งที่ผมอยากเห็นในเมืองแพร่คือ  คนย้อมหม้อห้อมทั่วไปเรียนรู้ที่จะนำเนื้อห้อมธรรมชาติ  มาผสมใช้กับหม้อห้อมสังเคราะห์ที่ใช้กันส่วนมาก  เพื่อให้เมืองแพร่มีป่ามากขึ้น (เพราะหม้อห้อมต้องอาศัยป่า จึงปลูกได้)  ให้คนปลูกมีแรงจูงใจพากันปลูกมากขึ้น  ถ้ามีความต้องการใช้มากขึ้น   และเพื่อลดอันตรายจากเคมีหม้อห้อม ทั้งต่อสุขภาพตนเอง รวมถึงลดสิ่งแปลกปลอมที่จะไปสู่สภาพแวดล้อม
เนื้อห้อมธรรมชาติที่ผลิตในปีนี้  ได้เพียงหลัก 1,000 กิโลกรัม นับว่าเป็นส่วนน้อย เมื่อเทียบกับจำนวนหม้อห้อมสังเคราะห์ที่เข้ามาใช้ในเมืองแพร่   เรามาเรียนรู้ด้วยกัน  ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรที่คนแพร่จะร่วมใจกันแค่ไหน  ....  คนแพร่ช่วยคนปลูกห้อมแค่ไหน...
วันนี้ผมได้ทำงานร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการหนึ่ง ที่เรียกตัวเองว่า แพร่คราฟท์   เป็นการรวมตัวอย่างหลวมๆ ของผู้ประกอบการหัตถกรรม เพื่อพัฒนาตัวเองและพัฒนาสินค้าให้เป็นของจังหวัดแพร่ โดยใช้กิจกรรมเป็นเครื่องแลกเปลี่ยนเรียนรู้  วันนี้เราถ่ายภาพสินค้าเพื่อนำไปจัดแสดงในงานนิทรรศการเชียงใหม่ดีไซน์วีค ที่จะจัดในเดือนธันวาคม 2560 ถัดจากที่เราจัดงาน "แพร่คราฟท์" วันที่ 2-3 ธันวาคม 2560 ไปอีก 2-3 วัน
ผมเห็นงานที่แปลกไปจากหม้อห้อมเดิมๆ ที่เราคุ้นเคย  ที่มัดย้อมก็พยายามพัฒนางานตัวเองให้แตกต่าง  ที่ทอ  ที่ปัก  ก็แปลกทั้งรูปแบบ  แปลกทั้งวัสดุ  และแปลกใจที่ได้ทราบว่า มีคนแปลกๆ มากมายที่นิยมชมชอบงานของพวกเขา 
ลูกค้าของกลุ่มนี้แตกต่างกันแต่ละรายจะสนใจงานตามประเด็นที่ตนมีความสนใจเป็นพื้นฐาน  พัฒนาขึ้นมาจากการดูแค่รูปลักษณ์  มาเป็นความแตกต่าง   ความเป็นสินค้าชุมชน  ความเป็นสินค้าที่ผ่านการออกแบบร่วมสมัย  ความเป็นสินค้าที่สื่อแนวคิดทางสังคมต่าง ๆ  ซึ่งการเลือกใช้สินค้าของคนเหล่านี้  บ่งบอกตัวตน บ่งบอกรสนิยม ว่าพวกเขาพิถีพิถันในการเลือกใช้เลือกอยู่ เลือกกิน

การได้รับรู้เรื่องลูกค้าที่แตกต่าง  สร้างความอยากรู้ให้ผมมากขึ้น  แต่ที่อยากรู้มากกว่าก็คือ ผมอยากรู้ว่าคนหนุ่มๆ พวกนี้ ในแพร่คราฟท์นี่  เขาจะคราฟท์เมืองแพร่ไปทางไหน  อย่างไร.... มาเรียนรู้ร่วมกันครับ...

Tuesday, September 05, 2017

วาดหมึกหม้อห้อมธรรมชาติ ต้องจินตนาการว่าซักแล้วเป็นอย่างไร

ครูธนากร ไชยจินดา วาดอย่างสวย  
มีการผสมน้ำเพิ่ม สลัดพู่กัน พอซักแล้วเป็นแบบนี้


ท่านนี้เพียรจุดเพียรขีด กลัวว่ารอยเหลืองน้ำด่างจะไม่ติดแต่ก็ติด



พิม วาด ร 9  จินตนาการว่าท่านทรงลุยไปในดงห้อม  ซักแล้ว รายเส้นเล็กๆ ยังอยู่




Monday, August 07, 2017

มีคนฉลาดเขียนถึง จึงต้องเขียนชี้แจง



มีโครงการวิจัยของหน่วยงานรัฐ   ร่วมกับเอกชน   เพื่อลดผลกระทบจากการฟอกย้อมในอุตสาหกรรมทอผ้า   นับว่าเป็นโครงการที่มีแนวคิดดีมาก  ได้ผลอีกต่างหาก   แล้วนำมาชวนให้พวกโอทอปทดลองใช้     แต่ในบทความอ่านเผินๆ จะเป็นแก้ววรรณาใช้ผลิตภัณฑ์นี้ด้วย     ก็ขอบอกว่า  ที่แก้ววรรณาไม่ได้อยู่โอทอป  เราใช้น้ำหมักของเราเอง  ที่ไม่ได้เลือกชนิดจุลินทรีย์ที่กำจัดแป้งโดยเฉพาะ   ของเราเป็นจุลินทรีย์ทั่วไป   และยังมีความสุขกับการใช้     ยังไม่อยากเสียตังค์ซื้อใหม่   และ ก็คิดว่ายังจะสั่งซื้อเส้นด้ายไม่ฟอกขาว   แบบเดิมที่ซื้อมานานกว่า 10 ปีแล้วจากบริษัทนี้  ที่ทำวิจัยนี้แหละ    ถ้าเขาจะใช้จุลินทรีย์เฉพาะที่วิจัย  มาฟอกขายให้   ก็ขอคิดดูก่อน  ว่าจะทำอย่างไร   สรุป  ที่โพสนี้ ก็แค่บอกว่า ไม่ได้ใช้ของโครงการวิจัยนี้เน้อ.....

Tuesday, July 25, 2017

ราคาห้อม อะไรคือราคาจริง อะไรคือสิ่งที่สังคมช่วยปลูกป่า

ราคาห้อม อะไรคือราคาจริง  อะไรคือสิ่งที่สังคมช่วยปลูกป่า
กลุ่มปลูกห้อมบ้านนาตอง  ตั้งราคาน้ำห้อมกิโลกรัมละ 300 บาท  เพราะเป็นราคาที่สามารถกระจายไปถึงคนปลูกในเกณฑ์ที่พอใจ   เป็นราคาที่ชวนให้ปลูก
คนทำหม้อห้อม  ที่ใช้ห้อมธรรมชาติในการย้อมผ้าหม้อห้อม  อยากได้ราคาที่ถูกกว่านี้  เพราะต้นทุนสูง  จึงมีข้อควรคิดว่า  ข้อต่างจะทำอย่างไร  เพื่อให้อยู่ได้ทั้งสองฝ่าย

หากเปรียบเทียบกับโครงการส่งเสริมการปลูกห้อมต่าง ๆ ที่ราชการลงทุนลงไปแล้วคนทำห้อมได้ใช้ของฟรี   กับ  กลไกราคาที่ทำให้คนปลูกห้อมอยู่ได้  จะเป็นอย่างไรหนอ  ใครจะหาตัวเลขได้บ้าง?

Saturday, February 18, 2017

แผ่นพับ เล่าความจริงของแก้ววรรณา




พืชที่คนภาคเหนือเรียกรวมๆ ว่าห้อมมี 3 อย่าง คือ 
ต้นคราม (ใบเล็ก) ชอบที่แห้งชอบแดด 
ต้นห้อม (ใบใหญ่) ชอบที่ชุ่มชื้น แดดรำไร  
ต้นเบิก (เป็นเถา) อยู่ได้ทั้งรำไรและแดด  
วิธีการได้น้ำห้อม ทำแบบเดียวกัน คือ แช่เอาน้ำมาตีกับปูน 
แล้วปล่อยให้ตกตะกอน 
ก่อนเข้าสู่กระบวนทำหม้อย้อม

จากต้นห้อมที่ปลูกในป่า    มีป่าได้ปลูกต้นห้อม 
คนทำน้ำห้อมมีรายได้ เพราะรักษาป่าไว้ปลูกห้อม
ชาวบ้านนาตอง  ( อ.เมืองแพร่) ชาวบ้านนาแซง
(แขวงเวียงจันทน์)    ทำน้ำห้อม ส่งมาที่แก้ววรรณา
พยอมเอาน้ำห้อมมาเติมหม้อย้อม  ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติทั้งหมด 
น้ำด่าง (จากน้ำหยดผ่านขี้เถ้า)   น้ำปูน (ที่แช่ปูนขาว/ปูนแดง) 
กล้วย มะกรูด   เปลือกเพกา สับปะรด ท่อนอ้อย ตามที่หาได้              
หม้อพร้อมย้อมก็ได้ย้อม ไม่พร้อมไม่มีสีก็ต้องรอ ไม่รู้กี่วัน  
ย้อมกี่รอบก็แล้วแต่ความเข้มที่ต้องการ สามรอบก็สามวัน  




รวบรวมเส้นด้ายที่ย้อมได้ ภายใน 3-4 เดือน  
ไปส่งให้ช่างทอที่บ้านหนองน้ำรัต   
เราออกแบบลายผ้ากันตอนนั้น ตามเส้นด้ายที่มี  
อีก 4-5 เดือนข้างหน้าก็จะเห็นผลว่าสวยงามอย่างไร  
นี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเราทำซ้ำลายเดิมได้ยาก    
ส่วนยายอ้อนก็ติดป้ายและทำชายผ้าคลุ่มไหล่
ที่ยายหงัดทอด้วยกันกับยายนวล


ผ้าที่ทอแล้ว  นำมาซัก และส่งต่อให้กับช่างเย็บ 
เป็นเสื้อ เป็นเตี่ยวสะดอ  อาจเป็นช่างในหนองน้ำรัตบ้าง 
แต่ส่วนใหญ่จะเป็นช่างเย็บบ้านดอนดี  
ที่มักจะนำผ้าไปเย็บด้วยตอนว่างเวลาไปนาไปสวน


Friday, July 08, 2016

ถ้าอธิบายเป็นภาษาฝรั่ง

คนเก่งภาษามาเขียนให้        ขอเก็บเอาไว้เป็นจั่วหัว
แต่ปรับเป็นองค์กรไม่ใช่ตัว   ภาษาอาจมั่วอย่าว่ากัน

                        Kaewwanna Natural Indigo works on reviving the traditional art of indigo dyeing in Phrae, a province in the north of Thailand. The business  view as a social enterprise, work with local communities in the province to promote the growing of indigo plants in a mountainous area, and support, through the business, a group of elder weavers to help them make a living.The owner also an active member of a local civic group to preserve and revive the local architectural and living heritage of Phrae, also assist 2 ICCROM courses taking place in Vientiane, Loa PDR, and Phrae, Thailand as an assistant and local course coordinator. We also offer indigo dyeing workshops for the public, and have lectured and given workshops at the Queen Sirikit’s Museum of Textiles and the National Museum of the Philippines. 


Thursday, June 30, 2016

ห้อมนาตอง ความท้าทายหลายสถาน

วันนี้จะมีคณะกรรมการประกวดมาให้คะแนนโครงการปลูกห้อมนาตอง   เมื่อวานเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาแวะรับไปนาตองด้วยกัน   ได้เห็นกรรมวิธีย้อมแบบชาวบ้าน   เราก็ลองเอาไม้มาหนีบ เอาเชือกมารัดมัดย้อม  กลุ่มได้เครื่องซักผ้าเก่ามาไว้สลัดน้ำออกจากใบห้อมที่แช่แล้ว   คงต้องจ่ายค่าเครื่องให้ตามที่อาจารย์แครอลได้บอกไว้ ยังไม่รู้ว่ากี่บาท  ชื่นชมนายเอส  ที่ปวดแขน   บวมเบ่ง จากงูกัด   บอกว่าเป็นงูเขียวหางไหม้  หน้าตายิ้มแย้มทำงานโน่นนี่แต่ปวดมาก  วันนี้จะถ่ายภาพมาอวด  ภายในโรงทำน้ำห้อมหลังจากจัดระเบียบแล้ว